Bitcoin กระแสกำลังแรง นักขุดแห่เปิดเหมือง

686

บิทคอยน์ กลายเป็นชื่อที่ได้ยินคุ้นหูมากขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศไทย จากกระแสการซื้อขายแลกสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าผกผันอย่างรวดเร็ว ขณะที่ความเห็นต่อการลงทุนกับเงินดิจิทัลยังแบ่งออกเป็นสองฝ่าย
มูลค่าของบิทคอยน์พุ่งขึ้นสูงสุดเป็นสถิติทะลุ 7,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเหรียญ เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สูงขึ้นกว่า 10 เท่าจากช่วงเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยกำลังซื้อขายและตามหาเหรียญที่จับต้องไม่ได้เหล่านี้
ท่ามกลางกระแสวิเคราะห์วิจารณ์ว่านี่คือสกุลเงินแห่งอนาคตที่กำลังเติบโต หรือฟองสบู่ขนาดใหญ่ที่อันตรายกันแน่ “นักขุดบิทคอยน์ไทย” เปิดเผยกับบีบีซีไทยถึงรายได้เสริมจากการลงทุนและความมั่นใจของพวกเขา

บิทคอยน์คืออะไร?
บิทคอยน์ เป็นเงินดิจิทัล ซึ่งถูกบันทึกไว้ด้วยข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ และไม่มีตัวแทนมูลค่าในรูปแบบเหรียญหรือธนบัตร ขณะที่เงิน 1 บาทสามารถแบ่งออกเป็น 100 สตางค์ บิทคอยน์ 1 เหรียญสามารถแบ่งย่อยได้ถึง 100 ล้านหน่วย
ปัจจุบันบิทคอยน์สามารถใช้ซื้อสินค้าและบริการได้ แต่จำนวนร้านค้าที่รับบิทคอยน์นั้นยังนับว่าน้อยกว่าสกุลเงินปกติมาก นอกจากนี้การโอนและแลกเปลี่ยนบิทคอยน์ข้ามชาติเป็นไปได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว
นอกจากจับต้องไม่ได้แล้ว บิทคอยน์ยังไม่ได้เป็นของสถาบันการเงินใด ๆ แต่ถูกดูแลโดยเครือข่ายระบบคอมพิวเตอร์ทั่วโลก ที่ช่วยกันจดบันทึกการทำรายการของทั้งระบบพร้อม ๆ กันทุกครั้งที่มีการทำรายการ จึงทำให้การแก้ไขปลอมแปลงนั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก เทคโนโลยีที่ว่านี้เรียกว่า บล็อคเชน (blockchain)
บ่อยครั้ง บิทคอยน์ ถูกใช้เป็นชื่อเรียกแทนเงินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ทั้งหมด ซึ่งจริง ๆ แล้วมีนับร้อยสกุล อาทิเช่น Litecoin, Ethereum และ Zcash แต่บิทคอยน์ (BTC) นั้นได้รับความสนใจมากที่สุด
การขุดบิทคอยน์คืออะไร?
วิธีที่ทำให้ได้มาซึ่งบิทคอยน์แบ่งออกเป็นสองวิธีหลัก หนึ่งคือการใช้เงินซื้อ คล้ายกับการนำเงินบาทไปแลกเป็นเงินเยน หรือ ดอลลาร์สหรัฐฯ
อีกวิธีคือการนำคอมพิวเตอร์ เข้าไปช่วยระบบบิทคอยน์ทำงาน หรือที่เรียกกันว่า การขุดบิทคอยน์ ที่มีกระแสความนิยมในประเทศไทยขณะนี้
การขุดบิทคอยน์ คือการนำคอมพิวเตอร์ของคุณเข้าไปช่วยระบบบิทคอยน์ โดยเครื่องคอมพิวเตอร์จะต้องแข่งประมวลผลการทำรายการให้ได้เร็วที่สุด ผู้ชนะจะได้รับบิทคอยน์เป็นค่าตอบแทน จนกว่าเหรียญที่ถูกกำหนดไว้ทั้งหมด 21 ล้านเหรียญจะถูกสร้างขึ้นจนหมด ซึ่งปัจจุบันได้ถูกขุดออกมาแล้วกว่า 16 ล้านเหรียญ

กระแสการขุดบิทคอยน์
กระแสการขุดบิทคอยน์ในไทยเป็นที่นิยมสูงสุดเมื่อช่วงประมาณ 3-4 เดือนที่แล้ว หนึ่งในผู้ประกอบการร้านคอมพิวเตอร์ในห้างพันทิพย์พลาซ่า ประตูน้ำ บอกกับบีซีไทยว่า มีลูกค้ากลุ่มวัยทำงานมาถามหาเยอะมาก นอกจากนี้ยังมีคนเข้ามาซื้อไปเก็บไว้ขายต่อทำให้การ์ดจอบางรุ่นขาดตลาดและราคาสูงขึ้นร้อยละ 10-15 จากปกติ
อดิศร พลอยมีรัศมี รู้จักบิทคอยน์มาตั้งแต่ปี 2553 แต่เดิมทีเข้าใจว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ ก่อนจะเริ่มศึกษาเมื่อมีกระแสการขุดบิทคอยน์ในปีนี้ เขาเริ่มขายแรงงานอุปกรณ์ของเขาให้กับโปรแกรมขุดเหรียญดิจิทัลชนิดอื่นเพื่อแลกเป็นบิทคอยน์มาได้ 5 เดือนแล้ว โดยติดตั้งเครื่องไว้ใกล้กับหน้าต่างแล้วใช้พัดลมเป่า

“ให้พัดลมทำงาน 60 เปอร์เซ็นต์ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเมืองร้อน ต่างประเทศขุดกันชิลล์ ๆ เลย พวกรัสเซียอะไรพวกนี้” เจ้าของธุรกิจขายสบู่ออนไลน์ วัย 29 ปีกล่าว
ในหลายประเทศ เช่น จีน และ รัสเซีย มีการลงทุนสร้างเครื่องขุดที่ประกอบด้วยเครื่องประมวลผลจำนวนหลักพัน หรือที่เรียกว่า “ฟาร์มขุดบิทคอยน์” ซึ่งมีการดูอย่างเป็นระบบในโกดังขนาดใหญ่ แต่ในไทยการขุดส่วนมากยังเป็นการทำเองในที่พักอาศัยมากกว่า
อดิศรทั้งแลกซื้อและเก็บบิทคอยน์เพื่อเป็นการลงทุน นอกจากนี้ยังแนะนำคนรู้จักและคนในครอบครัวให้ถือบิทคอยน์เอาไว้ เพราะมัน “ได้พิสูจน์ตัวเองมา 9 ปีแล้วครับว่ามันไม่ใช้เงินเฟ้อ หรือฟองสบู่”
แต่อดิศรคิดว่าช่วงนี้การซื้อขายบิทคอยน์น่าจะได้ผลตอบแทนดีกว่าการขุด ซึ่งการแข่งขันที่สูงขึ้นทำให้ขุดได้น้อยลง เขามองว่าในอนาคตจะมีเครื่องมือขุดที่ทันสมัยออกมามากขึ้น ทำให้เครื่องในปัจจุบันตกรุ่นและขุดได้น้อยลง
อดิศรพยายามขายเครื่องมือขุดของเขาอยู่เหมือนกัน แต่ยังขายไม่ออก
“ก็ขุดต่อไปเรื่อย ๆ ครับ ตอนนี้เครื่องราคาตกมาก คนหันไปเทรดคุ้มกว่าครับ ผมยังขายไม่ออกเลย” เขากล่าวอย่างไม่กังวล
พิจารณาความเสี่ยงของบิทคอยน์
ราคาของบิทคอยน์ผันผวนอยู่ตลอด ขึ้นอยู่กับความต้องการในตลาดซื้อขาย และความมั่นใจถึงอนาคตของบิทคอยน์ นั่นรวมถึงจำนวนผู้ต้องการซื้อบิทคอยน์และการที่ร้านค้ารับบิทคอยน์ในการซื้อของในโลกความเป็นจริง
เช่นเดียวกับในหลายประเทศทั่วโลก บิทคอยน์ ยังไม่สามารถใช้ชำระหนี้ตามกฎหมายของไทยได้ และธนาคารแห่งประเทศไทยได้เคยออกมาแนะนำให้ประชาชนพิจารณาถึงความเสี่ยง เนื่องจากการลงทุนผ่านสกุลเงินออนไลน์มีความผันผวนสูง เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าได้ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ศึกษาความเหมาะสมและเป็นไปได้ของการใช้ บิทคอยน์ ในประเทศ รวมถึงมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงต่อประชาชน
ดร.อาณัติ ลีมัคเดช ศาสตราจารย์ทางการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าเมื่อสังเกตุจากมูลค่าการซื้อขายในเว็บไซต์ของไทยพบว่าส่วนใหญ่จะพบว่าเป็นผู้เล่นรายย่อย ซึ่งควรต้องระวังเมื่อตลาดอาจถูกควบคุมโดยผู้เล่นรายใหญ่ที่ไม่มีใครทราบแท้จริงว่าเป็นใครและมีกี่คน
“บิทคอยน์ มีคนเล่นในตลาดค่อนข้างจำกัด เมื่อเทียบกับเงินจริงซึ่งมีแรงขายทำกำไร ไม่มีใครศึกษาว่ามีคนเล่นเท่าไหร่ มีคนถือก้อนใหญ่ ๆ อยู่ไม่กี่คน” ดร.อาณัติกล่าว
นอกจากความเสี่ยงจากลักษณะฟองสบู่ของบิทคอยน์แล้ว ดร.อาณัติกล่าวว่าการแลกเปลี่ยนในคริปโตเคอร์เรนซีในประเทศไทยนั้นส่วนมากจะดำเนินการผ่านตัวกลาง ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในไทย แต่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของ ธปท.
“เวลาเปิดบัญชีกับเขา ผมต้องโอนเงินไปไว้ที่บัญชีของเขา และเขาเป็นคนจดบัญชีกับสกุลเงินนั้น เวลาทำธุรกรรมกันเอง ถ้าผมกับอีกคนอยู่ในบัญชีบริษัทตัวกลางเดียวกัน เขาก็ทำบัญชีภายในเหมือนโอนย้ายข้างในกันเอง ความเสี่ยงก็คือ ถ้าเขาไปขึ้นมา เงินของเราจะหายไปด้วย” ดร.อาณัติกล่าว
ในปี 2557 เว็บตลาดกลางแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก Mt. Gox ของญี่ปุ่นต้องปิดตัวลง หลังถูกแฮกระบบจนทำให้เงินดิจิทัลมูลค่ากว่า 460 ล้านเหรียญสหรัฐหายไป

0%
Comments
Loading...