มะเร็งหากรู้อาการตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถรักษาให้หายได้

830

มะเร็งหากรู้อาการตั้งแต่เนิ่นๆ จะสามารถรักษาได้หายได้

โรคมะเร็งเป็นโรคร้ายแรงที่ไม่มีใครอยากจะให้เป็น ซึ่งเกิดจากภาวะที่เซลล์ในร่างกายของเรามีการแบ่งตัวและเจริญขึ้นโดยรวดเร็วอย่างผิดปกติในสารพันธุกรรม (DNA) โดยเริ่มจากเป็นเซลล์เล็กๆ แล้วค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นตามเวลา นานวันเข้าเซลล์นั้นก็จะขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงทำให้เซลล์ในก้อนเนื้อนั้นตาย จนกลายเป็นก้อนเนื้องอกร้ายที่ไปเบียดบังทั้งส่วนที่เกิดและส่วนอื่นๆ ที่อยู่ข้างเคียง จากนั้นก็จะค่อยๆ กระจายไปในส่วนอื่นๆ ของร่างกายโดยผ่านระบบกระแสเลือดหรือน้ำเหลืองของเราเป็นตัวนำเชื้อไป แม้ว่าในปัจจุบันหลายๆ คนจะเริ่มหันมาใส่ใจในสุขภาพร่างกายของตัวเองกันมากขึ้น แต่บรรดาเชื้อโรคต่างๆ ก็พัฒนาตัวเองขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้งเช่นกัน เพราะฉะนั้นเราควรสังเกตอาการผิดปกติของเราเบื้องต้นว่ามีความเสี่ยงเป็นมะเร็งหรือไม่ ซึ่งจะมีอาการดังต่อไปนี้

1. มะเร็งปากมดลูก
จะมีอาการจะมีเลือดออกจากช่องคลอดทั้งๆ ที่ไม่่ใช่เวลารอบเดือนปกติ หรืออาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับคุณ ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ โดยขูดเนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าว เพื่อนำไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ ก็จะทราบผลและรักษาได้ก่อนลุกลาม

2. มะเร็งในมดลูก
จะมีอาการมีเลือดออกกระปิดกระปอยหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อ หรือมีอาการบวมคับแน่นในช่องท้อง

3. มะเร็งรังไข่
จะมีอาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์ มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหลัง

4. มะเร็งในเม็ดเลือด (ลูคีเมีย)
จะมีอาการเหนื่อยง่ายและมีอาการสีผิวซีดเซียวผิดปกติ มักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียวเองง่าย หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหต และมักจะเกิดร่วมกับอาการปวดตามข้อต่างๆ ทั่วร่างกาย บางครั้งจะท้องอืด และเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของช่องท้อง

5. มะเร็งปอด
จะมีอาการมักมีอาการไอบ่อยๆ มีเลือดออกหรืออาจมีเสมหะปนมากับน้ำลาย น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว เจ็บหน้าอกและหายใจลำบาก หรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้งๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

6. มะเร็งตับ
จะมีอาการปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ตาและผิวเป็นสีออกเหลือง และเหลืองจัดจนสังเกตเห็นได้ชัด

7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
จะมีอาการเลือดปนออกมากับปัสสาวะ ปวดท้องน้อยและเจ็บแสบเมื่อปัสสาวะ

8. มะเร็งสมอง
จะมีอาการปวดศีรษะเป็นเวลานานๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาเจียน หรือการผิดปกติของการมองเห็นในชั่วขณะ ตาพร่า และเมื่อมองไปไกลๆ อาจเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ การเป็นลมโดยกะทันหัน อวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงาน เช่น มีอาการชา และเป็น อัมพาตชั่วคราว ควรให้ความระวังเป็นพิเศษ หากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการเหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย

9. มะเร็งในช่องปาก
จะมีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานาน มีแผลเปื่อยที่ปาก แล้วไม่ได้รับการรักษา หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือก เนื่องจากการกดทับของฟันคุด และฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำ หรือใส่เป็นเวลานานๆ

10. มะเร็งในลำคอ
จะมีอาการเสียงแหบพร่าไปทันที เกิดก้อนบวม ทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับ และรู้สึกได้ (แต่หากเป็นที่คางเรียกว่าคางทูม อาการนี้ไม่ใช่มะเร็ง)

11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร
จะเกิดภาวะน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว อาเจียนออกมาเป็นเลือด ท้องอืด หรืออาหารไม่ย่อย บ่อยเข้าจะรู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้อง หรือรู้สึกตื้อๆจุกแน่น แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ

12. มะเร็งทรวงอก
จะมีอาการเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวม ผิวเนื้อทรวงอกหนาขึ้น มีก้อนบวมจนจับได้ เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้ บางครั้งอาจมีตุ่มก้อนหรือสิวเกิดขึ้นที่เต้านมเป็นเวลานาน ควรระวังและให้รีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ เพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อมีอายุมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาจทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียกว่า ซีสต์ ควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อน ว่าคืออะไรกันแน่ ซึ่งแพทย์สามารถให้คำตอบได้ดีกว่า

13. มะเร็งลำไส้
จะมีอาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว มีอาการปวดท้องอย่างมาก และระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ เมื่อเอากระดาษทิชชูซับสังเกตดู ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำ นั่นหมายถึงอาการของโรคมะเร็งในลำไส้ (หากเลือดมีสีแดงสดปนใส นั่นคืออาการของริดสีดวงทวารไม่ใช่มะเร็ง) ควรพบแพทย์ทันที

14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
จะมีก้อนบวมขึ้นเป็นเม็ดเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบ หรืออาจมีลักษณะเป็นก้อนไตแข็งขนาดเท่าเมล็ดถั่ว เกิดขึ้นโดยไม่มีแผลเป็นหนองหรืออาการติดเชื้ออื่นๆ มีเหงื่อออกตอนกลางคืน คล้ายอาการไข้ ให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจอาการโดยละเอียดทันที

15. มะเร็งผิวหนัง
จะมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพอง โดยไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานาน ตลอดจนไฝ หรือหูดที่โตขึ้น และมีการเปลี่ยนสี รูปร่าง หรือขนาดใหญ่ขึ้น นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่า เมลาโนมา ( Melanoma) คือเนื้องอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น กระ จุดด่าง หรือไฝ ถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกาย หรือ มีคนในครอบครัวที่มีประวัติว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อน คุณจะ มี อัตราเสี่ยงสูงกว่าคนปกติอื่นๆ ทั่วไป

ทั้งนี้ ถ้าหากใครมีอาการแบบที่กล่าวมาข้างต้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายทันที อย่าปล่อยไว้นาน เพราะถ้าเรารู้อาการตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที

ขอบคุณข้อมูล : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์-ศูนย์ตรวจและรักษามะเร็ง

0%
Comments
Loading...