รัฐตั้งศูนย์เฉพาะกิจติดตามสถานการณ์น้ำ

รัฐตั้งศูนย์เฉพาะกิจติดตามสถานการณ์น้ำ

325

นายสมกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. เผยเปิดศูนย์เฉพาะกิจร่วมที่เปิดทำการ 24 ชั่วโมง เพื่อติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการน้ำ โดยศูนย์แห่งนี้จะรวมข้อมูลเกี่ยวกับน้ำทั้งหมดในประเทศ มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้าร่วม มีอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับการพร่องน้ำ และการจัดการน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชน โดยการทำงานศูนย์นี้ จะประมวลผลเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน ใช้กับทุกหน่วยงาน โดยอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำงานอย่างรวดเร็ว

สำหรับสถานการณ์น้ำของประเทศล่าสุด อยู่ในระดับสีเหลือง หรือ เตรียมการเฝ้าระวัง เนื่องจากคาดว่าในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ จะมีพายุเข้ามายังประเทศไทยอีกลูก เบื้องต้นสิ่งที่เฝ้าระวัง แบ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 11 แห่ง มีสองแห่งสถานการณ์น้ำน่าเป็นห่วง คือ อ่างเก็บน้ำอูน จ.สกลนคร และอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่มีปริมาณน้ำมากกว่า ร้อยละ 80 ของความจุ จึงมีต้องมีการพร่องน้ำตามเกณฑ์ภายใน 5 วัน พร้อมแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ก่อน 3 วัน

ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีมากกว่า 30 แห่ง อยู่ในการดูแลของกรมชลประทาน และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่มีมากกว่า 1 พันแห่ง มอบมายให้ส่วนท้องถิ่นตรวจสอบความแข็งแรง และเฝ้าระวังปริมาณน้ำ

นายสมเกียรติ เผยปริมาณน้ำในปีนี้บางพื้นที่สูงกว่า ปี 2554 ในบางแห่ง เช่น เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ แต่ยังสามารถบริหารจัดการน้ำได้ เพราะหากมีการพร่องน้ำจะมีการประกาศล่วงหน้า ขณะที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง คาดว่าจะทยอยเพิ่มขึ้นในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณ จ.เลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร ดังนั้น ต้องเร่งประสานแผนการระบายน้ำจาก สปป.ลาว และจีน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ

80%
Awesome
  • Design
Comments
Loading...