บิ๊กตู่ร่วมปล่อยปู 10 ล้านตัวถามนักเรียนเบื่อปูยัง!

บิ๊กตู่ร่วมปล่อยปู 10 ล้านตัวถามนักเรียนเบื่อปูยัง!

474

นายกรัฐมนตรีชื่นชมการนำองค์ความรู้ของท้องถิ่น โดยพัฒนาผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการปล่อยพันธุ์ปูม้าลงสู่ทะเลอัตโนมัติ ผ่านแอปพลิเคชันในโทรศัพท์เคลื่อนที่

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเดินทางมาร่วมกิจกรรมปล่อยปูม้าจำนวน 10 ล้านตัว คืนสู่ทะเล  โดยเป็นการปล่อยพันธุ์ปูม้าลงสู่ทะเลอัตโนมัติ ผ่านแอปพลิเคชันในโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อประกาศความอุดมสมบูรณ์ของทะเลและชายฝั่งภาคใต้ตอนบน ร่วมกับประชาชนชาวประมง กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล กลุ่มท่องเที่ยวทางทะเล และชุมชน จำนวน 500 คน ณ บริเวณชายหาดพระจอมเกล้า สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ซึ่งเป็นโครงการของ สจล. วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ร่วมกับภาคเอกชน เทศบาลตำบลชุมโค เครือข่ายประมงชายฝั่ง อำเภอประทิว จังหวัดชุมพร ดำเนินการจัดตั้งธนาคารปูม้าอัจฉริยะ 4.0 โดยใช้องค์ความรู้ด้านการประมง ร่วมกับเทคโนโลยี และนวัตกรรม อาทิ ระบบการเปิดจ่ายน้ำ และปล่อยพันธุ์ปูม้าลงสู่ทะเลอัตโนมัติ ผ่านแอปพลิเคชันในโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบการเก็บพลังงานแสง เพื่อชดเชยพลังงานไฟฟ้า ด้วยโซลาร์เซลล์ ในการสร้างออกซิเจนและอาหารสำหรับอนุบาลลูกปูม้าก่อนปล่อยลงสู่ทะเล

 

โอกาสนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวจากการพบปะกับประชาชนในพื้นที่ครั้งนี้ว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาพบปะกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เดินทางไปตรวจราชการและพบปะกับประชาชนในหลายพื้นที่เช่นกัน เช่น เมื่อวานได้พบกับประชาชนที่จังหวัดระนอง และที่โครการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ฯ ตบางลึก อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร วันนี้ก็ได้มาพบปะกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชุมพรอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคนใต้เป็นคนที่น่ารัก โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเคยมีกระแสรับสั่งกับนายกรัฐมนตรีว่าคนใต้เป็นคนน่ารัก จริงใจ และอดทนในการครองชีพและดำรงชีพ ซึ่งรัฐบาลก็มีความห่วงใยในเรื่องเหล่านี้ การที่รัฐบาลเดินทางมาตรวจราชการในพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อมาติดตามความก้าวหน้าแผนงานโครงการต่าง ๆ  ในพื้นที่ตามที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ ซึ่งก็ได้เห็นถึงศักยภาพของภาคใต้และจังหวัดชุมพรในเรื่องของการท่องเที่ยว ผลไม้ ผลิตผลทางการเกษตร และสาธารณสุข อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังมีความห่วงใยเรื่องของการทำการเกษตร โดยเฉพาะการทำสวนยางและการปลูกปาล์ม รวมไปถึงพืชหลักอื่น ๆ ของประเทศ ทั้งข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ขณะที่เรื่องมะพร้าวรัฐบาลก็จะพยายามส่งเสริมให้มีการปลูกมากขึ้น โดยต้องมีมาตรการควบคุมพื้นที่ที่ไม่มีการดูแลและมีการแพร่ระบาดของหนอนหัวดำซึ่งเป็นศัตรูของมะพร้าวไม่ให้ส่งผลกระทบแพร่ขยายไปสู่พื้นที่อื่นด้วย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การเดินทางมาประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 6/2561 ที่จังหวัดชุมพร ได้มีการพิจารณาในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางคมนาคม รถไฟ ท่าเรือ และอากาศยาน พร้อมกล่าวย้ำแผนงานโครงการต่าง ๆ ที่พื้นที่เสนอเข้ามา 80% อยู่ในโครงการที่รัฐบาลจะดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งต้องมีการพิจารณาเรื่องของบประมาณ การเงินการคลังประกอบด้วย รวมทั้งแนะนำในเรื่องของการวิจัยพัฒนาต้องให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและพื้นที่ ขณะเดียวกันควรมีการปลูกพืชแบบผสมผสาน  ซึ่งรัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวก และกำหนดกรอบกติกาต่าง ๆ จึงขอให้ประชาชนรับฟังรัฐบาลด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในเรื่องการทำสวนยาง ปาล์ม ต้องปลูกให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพราะหากปลูกมากเกินไปก็จะส่งผลเรื่องของราคาพืชผลตกต่ำได้ นอกจากนี้การปลูกยาง และปาล์มต่าง ๆ ต้องปลูกในพื้นที่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะต่างประเทศจะมีการตรวจสอบย้อนกลับต้นทางการผลิต ดังนั้นทุกคนต้องเตรียมพร้อมในเรื่องดังกล่าวรวมถึงการควบคุมการผลิตให้เหมาะสมและให้คำนึงถึงความต้องการของตลาดเสมอด้วยเช่นกัน

นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวแนะนำเกี่ยวกับการปล่อยลูกปูลงสู่ทะเลว่า ควรมีการปรับสภาพลูกปูโดยเลี้ยงให้อยู่ในสภาพที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติที่ปูอยู่ก่อนที่จะปล่อยลงสู่ทะเล เพื่อทำให้ลูกปูได้เกิดความคุ้นเคยกับสภาพใหม่ที่จะต้องไปอยู่ พร้อมชื่นชมการนำองค์ความรู้ประสบการณ์ของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งได้ประยุกต์พัฒนากับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการปล่อยพันธุ์ปูม้าลงสู่ทะเลอัตโนมัติ ผ่านแอปพลิเคชันในโทรศัพท์เคลื่อนที่ ถือการเป็นการพัฒนาที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของ Thailand 4.0 ที่ทุกคนทุกกลุ่มในประเทศต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา ให้ทันกับเทคโนโลยีและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เช่น จากคน 1.0 พัฒนามาเป็น 2.0 และพัฒนาไปสู่ 3.0 เพื่อพัฒนาไปสู่ 4.0 ต่อไป  ขณะที่ยุทธศาสตร์ชาติ 20 นั้น ก็เป็นการวางรากฐานให้ประเทศสำหรับอนาคต โดยเฉพาะคำนึงถึงเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของประเทศที่จะเติบโตขึ้นมาในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้าในการที่จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ฝากให้เด็กและเยาวชนมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา รู้จักคิดวิเคราะห์ให้เป็นระบบ และนึกถึงความลำบากพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องทำงานหาเลี้ยงดูครอบครัว  รวมทั้งให้ใช้จ่ายอย่างพอเพียงสอดคล้องกับรายได้ของครอบครัว และขอให้ทุกคนทำความดีทุกวันแล้วกุศลความดีงามเหล่านั้นจะส่งผลสะท้อนกลับมาหาตนเองในที่สุด นายกรัฐมนตรียืนยันการมาวันนี้ไม่ต้องการขอสิ่งใดจากประชาชนเพื่อตนเอง เพียแต่ขอความร่วมมือและความเข้าใจจากประชาชนในพื้นที่ในการที่จะทำงานร่วมกัน และสร้างสังคมให้เข้มแข็งมีคุณธรม ซึ่งหากทุกคนมีคุณธรรมจะส่งผลให้หมู่บ้าน ชุมชน  เป็นองค์กรที่มีจริยธรรม ซึ่งจะส่งผลดีโดยรวมต่อสังคม มีความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ต่อไป

80%
Awesome
  • Design
Comments
Loading...