กรมชลฯเผยสถานการณ์น้ำเข้าสู่สภาวะปกติ

กรมชลฯเผยสถานการณ์น้ำเข้าสู่สภาวะปกติ

361

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพฝนและสถานการณ์น้ำ ในช่วงที่ผ่านมามีปริมาณฝนตกในพื้นที่ทางตอนบนของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและตกหนักในบางแห่ง ส่งผลให้ระดับน้ำในลำห้วยลำคลองต่างๆเพิ่มสูงขึ้นจนเอ่อล้นเข้าท่วมบางพื้นที่ ปัจจุบันสถานการณ์น้ำเกือบเข้าสู่ภาวะปกติทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงจังหวัดนครนายก ที่มีบางพื้นที่ที่ยังคงประสบอุทกภัยจำนวน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.องครักษ์ และ อ.เมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำได้รับผลกระทบประมาณ 1,040 ไร่ กรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 7 เครื่อง บริเวณ อ.บ้านนา 5 เครื่อง และ อ.ปากพลี 2 เครื่อง ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 18 เครื่อง ที่สะพานโยทะกา 12 เครื่อง และที่ประตูระบายน้ำคลองบางเม่า 6 เครื่อง แนวโน้มระดับน้ำลดลงแล้ว

กรมชลประทาน ได้วางแผนเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุด เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง สถานการณ์น้ำในอ่างฯ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกัน 18,048 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 73 ของความจุอ่างฯรวมกัน และมีปริมาณน้ำใช้การได้ 11,352 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 62 ทั้งนี้ 4 เขื่อนหลักยังสามารถรองรับน้ำได้รวมกันอีกกว่า 7,874 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี สถานการณ์ล่าสุด มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 654 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 68 ของความจุอ่างฯ ซึ่งในช่วงแรกภายในวันที่ 30 ก.ย. 61 จะเก็บกักน้ำให้ได้ในเกณฑ์ 700 ล้าน ลบ.ม. จากนั้นในช่วงที่ 2 ภายในกลางเดือนตุลาคม จะเก็บกักน้ำให้ได้ในเกณฑ์ 900 – 960 ล้าน ลบ.ม. และจนถึงขณะนี้ได้ลดการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักฯ เหลือเพียงวันละ 3 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าเมื่อสิ้นสุดฤดูฝน จะสามารถเก็บกักน้ำได้ตามเป้าที่วางไว้ สำหรับเขื่อนพระราม 6 มีการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อน 42 ลบ.ม./วินาที สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำป่าสัก อยู่ในภาวะปกติ

 

80%
Awesome
  • Design
Comments
Loading...