นายกฯประกาศจะสานอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียว!

นายกฯประกาศจะสานอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียว!

382

นายกรัฐมนตรีให้คำมั่นรัฐบาลไทยพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนของภาคเอกชนเพื่ออาเซียนที่เข้มแข็ง มั่งคั่งและเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ

หลังเดินทางกลับจากฝรั่งเศสเย็นวานนี้ เช้าวันนนี้(13 พ.ย)พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหารกองบิน 6 กองทัพอากาศ ไปสาธารณรัฐสิงคโปร์ เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 13 – 15 พฤศจิกายนนี้ เพื่อหารือร่วมกับผู้นำประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ และนอกภูมิภาคอาเซียนอีก 10 ประเทศ รวมถึงไอเอ็มเอฟ โดยนายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ พร้อมหารือแบบเต็มคณะ ภายใต้แนวคิด  เสริมสร้างประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็งใช้นวัตกรรมนำ ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของโลกที่เน้นบทบาทของเทคโนโลยี

วันที่ 13 พฤษจิกายน เวลา 12.40 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในการประชุมสุดยอดธุรกิจและการลงทุนอาเซียน (ASEAN Business and Investment Summit :ABIS) ในหัวข้อ “Business and Investment in Thailand and ASEAN” ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมมารีนา เบย์ แซนด์ ประเทศสิงคโปร์

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีกล่าวว่าภูมิภาคอาเซียนมีความสัมพันธ์ฉันท์มิตรมายาวนานค่อนศตวรรษ เรามีความร่วมมือร่วมใจและรวมกันเป็นหนึ่งทำให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินธุรกิจหรือการลงทุนมากที่สุดในโลก ตัวเลขการค้าและการลงทุนของอาเซียนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งช่วยสะท้อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงในภูมิภาค รวมทั้งยังแสดงถึงความเชื่อมั่นของนักธุรกิจและนักลงทุนทั้งภายในและภายนอกที่มีต่ออาเซียน

โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณภาคเอกชนที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างภูมิภาคอาเซียนให้เข้มแข็งและมั่งคั่งยิ่งขึ้น ภาครัฐมีหน้าที่ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และช่วยอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชน สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนการบูรณาการทางเศรษฐกิจของอาเซียน เพื่อให้ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกกฎระเบียบและนโยบาย ได้มุมมองจากอีกด้านในการสนับสนุนการค้าและการลงทุนให้เกิดผลดีต่อทุกฝ่ายและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

ในตอนท้ายพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีกล่าวว่าประเทศไทยได้รับเกียรติอย่างสูงที่จะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2019 ต่อจากประเทศสิงคโปร์ นายกรัฐมนตรีให้คำมั่นว่าจะดำเนินการสานต่อการเชื่อมโยงระหว่างอาเซียนทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจและการลงทุนของภูมิภาคอาเซียนและให้อาเซียนเป็นเป้าหมายที่โดดเด่นในด้านการค้าการลงทุนสำหรับนักธุรกิจและนักลงทุนทั่วโลก พร้อมทั้งเชิญชวนภาครัฐและเอกชนมาร่วมประสานจุดแข็งและศักยภาพเพื่อมุ่งสู่อาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียว อาเซียนที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกันอย่างเข้มแข็ง ยั่งยืนและครอบคลุม และอาเซียนที่จะเป็นพลวัตขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจโลก โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และมองไปสู่อนาคต

80%
Awesome
  • Design
Comments
Loading...