ปิดถ้าหลวงขุนน้ำนางนอนเก็บอุปกรณ์ช่วยหมูป่าตั้งแต่ 19 กพ.

ปิดถ้าหลวงขุนน้ำนางนอนเก็บอุปกรณ์ช่วยหมูป่าตั้งแต่ 19 กพ.

234

อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนประกาศปิดการท่องเที่ยวถ้ำหลวงอย่างไม่มีกำหนดเพื่อให้หน่วยงานต่างๆเข้าเก็บอุปกรณ์ช่วยเหลือทีมหมูป่า13 คน

อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนได้มีประกาศอุทยานฯว่าจะปิดการท่องเที่ยวถ้ำหลวงตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ.นี้เป็นต้นไปเพื่อให้เจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือหรือหน่วยชีล กองทัพเรือ ได้เข้าไปขนย้ายอุปกรณ์ทั้งหมดออกมาจากถ้ำและทำการบันทึกข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในทางราชการในอนาคต ดังนั้นเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานจึงได้ทำการปิดไปจนกว่าภารกิจดังกล่าวจะแล้วเสร็จ ในส่วนของพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ โดยเฉพาะขุนน้ำนางนอนหรือสระมรกตที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร ยังคงเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ตามปกติต่อไป

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ทางเจ้าหน้าที่นำโดยกรมอุทยานแห่งชาติ หน่วยชีล หน่วยกู้ภัย เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มิสเตอร์เวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ ได้เข้าไปสำรวจภายในถ้ำหลวงครั้งแรกนับตั้งแต่ปิดปฏิบัติการช่วยเหลือเมื่อกลางปี 2561 มาแล้วโดยเดินลึกเข้าไปตั้งแต่ปากถ้ำซึ่งเป็นโถงที่ 1 และไปยังโถงที่ 2 และ 3 ตามลำดับลึกประมาณ 2 กิโลเมตรกว่า ซึ่งได้พบว่าภายในถ้ำมีอุปกรณ์ประกอบด้วยสายไฟฟ้า ท่ออากาศ วิทยุสื่อสาร ถังอ๊อกซิเจนคงค้างอยู่กว่า 300 ถังโดยมีมากที่โถงที่ 3 ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการขณะเกิดเหตุและโถงที่ 2 ซึ่งเป็นโถงใหญ่อีกแห่งหนึ่ง เปลสนามและสายเชือกที่ใช้สำหรับเชื่อมโยงเส้นทางถึงกันไปตลอดรายทาง เครื่องสูบน้ำ กระดาษฟรอยด์ อาหารพาวเวอร์เจล ขยะ ฯลฯ

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินหน้าจากโถงที่ 3 ผ่านสามแยกไปทางเนินนมสาวระยะทางอีกประมาณ 700 เมตร เพื่อสำรวจอุปกรณ์ต่อไปได้เนื่องจากน้ำยังคงท่วมและมีทรายอุดตัน ทำให้เจ้าหน้าที่ได้ถอนตัวออกจากถ้ำแต่ได้เก็บภาพและข้อมูลอุปกรณ์ต่างๆ เอาไว้กระทั่งมีการประกาศปิดการท่องเที่ยวครั้งใหม่เพื่อจะเข้าไปเก็บกู้ออกมาดังกล่าว ทำให้ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าการเข้าไปเก็บกู้ครั้งนี้เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าผ่านสามแยกไปยังเนินนมสาวได้หรือไม่

ขณะที่ภายในนอกปากถ้ำเจ้าหน้าที่ได้มีการกั้นรั้วและติดป้ายเอาไว้ตั้งแต่ปิดปฏิบัติการช่วยเหลือแล้ว แต่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนได้ทำให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากพากันไปเยือนโดยเดินจากปากทางเข้าไประยะทางประมาณ 800 เมตร ภายในยังมีศาลาอนุสรณ์สถานและอนุสาวรีย์นาวาตรีสมาน กุนัน หรือจ่าแซม ผู้เสียชีวิตในปฏิบัติการช่วยเหลือดังกล่าวสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิติพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงรายที่ระดมศิลปินชาวเชียงรายร่วมกันสร้าง

ซึ่งจากประกาศดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่จะมีการปิดตั้งแต่ปากทางเข้าเพื่อใช้ลานหน้าถ้ำเป็นสถานที่นำอุปกรณ์ต่างๆ ที่เก็บกู้ออกมาไปวางรวบรวมและแยกประเภทเพื่อจะดำเนินการส่งคืนหน่วยงานเดิมหรือเก็บไว้เป็นที่ระลึกภายในพิพิธภัณฑ์ในอนาคตต่อไป.

Source ปชส 3
Comments
Loading...