14จว.ยังวิกฤติหนักรัฐเร่งเยียวยาน้ำท่วม

487

14 จังหวัดยังมีน้ำท่วมขัง รัฐเร่งฟื้นฟู

กรมชลประทาน สรุปสถานการณ์น้ำท่วมรวม 14 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุดรธานี อุบลราชธานี อำนาจเจริญ สกลนคร นครพนม และศรีสะเกษ

เข้าสู่ภาวะปกติ 13 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แพร่ น่าน ลำปาง อุตรดิตถ์ แม่ฮ่องสอน ชัยภูมิ นครราชสีมา มุกดาหาร สระแก้ว ชุมพร และระนอง

จ.พิจิตร ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขัง 2 อำเภอ ได้แก่ อ.สากเหล็ก และ อ.วังทรายพูน

โครงการชลประทานพิจิตร ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 23 เครื่อง รถบรรทุกน้ำจำนวน 3 คัน เข้าช่วยเหลือในพื้นที่น้ำท่วมขัง

จ.สุโขทัย ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่น้ำท่วม 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง และ อ.ศรีสำโรง

สำนักงานชลประทานที่ 4 ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 3 เครื่อง (บริเวณ อ.กงไกรลาศ) และติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่อง (อ.พรหมพิราม และ อ.บางระกำ)

จ.พิษณุโลก มีน้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนราษฎรนอกเขตชลประทาน รวม 2 อำเภอ ได้แก่ อ.วังทอง และ อ.เนินมะปราง เนื่องจากคันกั้นน้ำขาด

โครงการชลประทานพิษณุโลกติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง

จ.เพชรบูรณ์ ปัจจุบันมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักได้แก่ อ.ชนแดน และ อ.วังโป่ง



สำนักงานชลประทานที่ 10 สนับสนุนเครื่องจักร-เครื่องมือพร้อมทั้งบุคลากรไว้พร้อมรับสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

จ.ยโสธร ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.กุดชุม อ.ป่าติ้ว อ.คำเขื่อนแก้ว อ.ไทยเจริญ และ อ.เลิงนกทา รวมพื้นที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 34,290 ไร่

โครงการชลประทานยโสธร ติดตั้งเครื่องสูบน้ำรวมจำนวน 7 เครื่อง (อ.ป่าติ้ว 3 เครื่อง และ อ.เมือง 4 เครื่อง) และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 10 เครื่อง ที่เขื่อนยโสธร

จ.ร้อยเอ็ด ปัจจุบันมีพื้นที่น้ำท่วมรวม 359,243 ไร่ รวม 20 อำเภอ ดังนี้

ลุ่มน้ำยัง ยังมีพื้นที่น้ำท่วม 2 อำเภอ คือ อ.เสลภูมิ และ อ.โพนทอง พื้นที่ได้รับผลกระทบ 124,632 ไร่ ซึ่ง อ.เสลภูมิ ระดับน้ำเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง

พื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอรอบนอก มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 234,611 ไร่ จำนวน 18 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.จตุรพักตรพิมาน อ.ธวัชบุรี อ.จังหาร อ.โพธิ์ชัย อ.เชียงขวัญ อ.ทุ่งเขาหลวง อ.เกษตรวิสัย อ.อาจสามารถ อ.เมยวดี อ.พนมไพร อ.หนองฮี อ.โพนทราย อ.หนองพอก อ.เมืองสรวง อ.ศรีสมเด็จ อ.สุวรรณภูมิ อ.ปทุมรัตต์ โครงการชลประทานร้อยเอ็ด ติดตั้งเครื่องสูบน้ำรวม 31 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 24 เครื่อง

จ.กาฬสินธุ์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม จำนวน 16 อำเภอ 119,357 ไร่ ได้แก่ อ.กมลาไสย อ.กุฉินารายณ์ อ.เขาวง อ.คำม่วง อ.ฆ้องชัย อ.ดอนจาน อ.ท่าคันโท อ.นาคู อ.นามน อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.ยางตลาด อ.ร่องคำ อ.สมเด็จ
อ.สหัสขันธ์ อ.ห้วยผึ้ง อ.ห้วยเม็ก
.
โครงการชลประทานกาฬสินธุ์ ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 5 เครื่อง ที่สะพานข้ามลำน้ำปาว อ.ร่องคำ เพื่อเร่งระบายลงแม่น้ำชี และเพิ่มการระบายน้ำโดยการแขวนบานระบายเขื่อนวังยางทั้ง 6 บาน พร้อมสูบน้ำจากสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้ากุดขี้นาค
จ.มหาสารคาม ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 11 อำเภอ (162,896 ไร่) ได้แก่ อ.กันทรวิชัย อ.โกสุมพิสัย อ.วาปีปทุม อ.บรบือ อ.นาเชือก อ.เมืองมหาสารคาม อ.เชียงยืน อ.ยางสีสุราช อ.กุดรัง อ.แกดำ อ.นาดูน

โครงการชลประทานมหาสารคาม ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่
จ.อุดรธานี ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจำนวน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.บ้านดุง อ.กุดจับ อ.บ้านผือ และอ.กุมภวาปี รวมพื้นที่ได้รับผลกระทบ 3,200 ไร่

โครงการชลประทานอุดรธานี ติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่ อ.เมือง จำนวน 2 เครื่อง และที่ อ.บ้านดุง จำนวน 5 เครื่อง

จ.อุบลราชธานี ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 10 อำเภอ ได้แก่ อ.ดอนมดแดง อ.ตระการพืชผล อ.เมือง อ.ม่วงสามสิบ อ.กุดข้าวปุ้น อ.ศรีเมืองใหม่ อ.โขงเจียม อ.เขื่องใน อ.โพธิ์ไทร อ.พิบูลมังสาหาร รวมพื้นที่ได้รับผลกระทบ 70,443 ไร่

โครงการชลประทานอุบลราชธานี ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 40 เครื่อง (บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำมูลหน้าแก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหาร 30 เครื่อง และเขื่อนธาตุน้อย อ.เมือง 10 เครื่อง) ติดตั้งกาลักน้ำจำนวน 6 แถว ที่อ่างเก็บน้ำหนองช้างใหญ่ จ.อุบลราชธานี เพื่อเร่งการพร่องน้ำ และติดธงแจ้งเตือนสถานการณ์บริเวณสถานีวัดน้ำ M.7 อ.เมือง รวมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 18 เครื่อง และรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร สามารถออกช่วยเหลือได้ทันทีหากมีพื้นที่ต้องการความช่วยเหลือ

จ.อำนาจเจริญ ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.เสนานิคม อ.หัวตะพาน อ.พนา อ.ลืออำนาจ อ.ปทุมราชวงศา และอ.ชานุมาน รวมพื้นที่ประสบอุทกภัยประมาณ 48,547 ไร่ และปริมาณน้ำยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

โครงการชลประทานอำนาจเจริญ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 1 เครื่อง บริเวณหลังตลาดนัด เขตเทศบาลเมือง และได้นำกระสอบทรายเสริมคั้นพนังกั้นลำเซบายและอุดรอยรั่วตามบริเวณที่ถูกน้ำกัดเซาะ พร้อมติดตั้งกาลักน้ำจำนวน 10 แถว ที่อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน เพื่อเร่งพร่องน้ำ

จ.สกลนคร ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมพื้นที่ทั้งหมด 5,852 ไร่ (ลำน้ำยัง 2,852 ไร่ บริเวณ อ.โคกศรีสุพรรณ อ.โพนนาแก้ว และที่ลำน้ำยาม บริเวณ อ.อากาศอำนวย พื้นที่ประมาณ 3,000 ไร่)

โครงการชลประทานสกลนคร และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำก่ำ ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำที่ ปตร.น้ำยาม อ.อากาศอำนวย จำนวน 4 เครื่อง ที่สะพานบ้านด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จำนวน 4 เครื่อง รวมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่ อ.เมือง จำนวน 3 เครื่อง

จ.นครพนม ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ บ.นาคู่ ต.นาคู่ อ.นาแก ซึ่งเกิดเหตุน้ำท่วมบ้านเรือน และพื้นที่การเกษตร 6,036 ไร่

สำนักงานชลประทานที่ 7 ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 4 เครื่อง และได้ดำเนินการแขวนบานที่ ปตร.ธรณิศนฤมิศและ ปตร.ต่างๆ ในลำน้ำก่ำ เพื่อเร่งระบายน้ำจากลำน้ำก่ำลงแม่น้ำโขง รวมทั้งให้การช่วยเหลือในพื้นที่พร้อมทั้งได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
จ.ศรีสะเกษ มีปริมาณน้ำสะสมในปริมาณมาก เกิดน้ำท่วมบริเวณเขต อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหัวนา และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำช่วยเหลือราษฎรที่ประสบอุทกภัย ในเขตอำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ

วันนี้ (7 ก.ย. 62) พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อติดตาม สถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคอีสาน สถานการณ์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ และตรวจเยี่ยมโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง พร้อมสั่งการให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง

วันที่ 9 ก.ย.62 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.ยโสธร และ จ.อุบลราชธานี เพื่อติดตามรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากผู้ประสบภัยในพื้นที่

Comments
Loading...