นายกฯยินดีต้อนรับผู้นำ เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35

481

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนได้เข้าร่วม “การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 แบบเต็มคณะ” (Plenary) ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือกับภายนอกของอาเซียน และการกำหนดทิศทางในอนาคต แลกเปลี่ยนทัศนะต่อประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในภูมิภาคและระหว่างประเทศ รวมถึงเพื่อขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ตามแนวคิดหลักของการเป็นประธานอาเซียนของไทย “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” (Advancing Partnership for Sustainability) โดยมีประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ เลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมประชุม



นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับ และยินดีที่ได้พบทุกท่านอีกครั้ง โดยย้ำถึงแนวคิดหลักในการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ประเทศไทยประสงค์ใช้โอกาสนี้แลกเปลี่ยนมุมมอง วิสัยทัศน์ เพื่อร่วมกันกำหนดเป้าหมายและทิศทางอาเซียน โดยได้นำผลการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 34 ไปหารือกับผู้นำ G20 ที่นครโอซากา และนำประเด็นความร่วมมือส่งเสริมความยั่งยืนในมิติต่าง ๆ ไปหาหรือต่อในช่วงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก ทั้งหมดนี้เพื่อสนับสนุนประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และมองไปสู่อนาคต นายกรัฐมนตรีเชื่อว่าความเป็นหุ้นส่วนและการเป็นมิตรกับประเทศต่าง ๆ นอกภูมิภาคจะช่วยประชาคมอาเซียนให้ขับเคลื่อนแนวคิดหลักของอาเซียนเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน



นายกรัฐมนตรีได้แลกเปลี่ยนมุมมองในสามประเด็นที่อาเซียนควรร่วมกันผลักดัน ได้แก่ การส่งเสริมความมั่นคงที่ยั่งยืน เพื่อรักษาและเพิ่มพูนสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค การเสริมสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ความตกลง RCEP คือหัวใจสำคัญจะช่วยรองรับผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างคู่ค้าที่สำคัญของอาเซียน และการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นประเด็นสำคัญทางยุทธศาสตร์ของอาเซียนและเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตในอนาคต โดยมีผลการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมในหลายเรื่องที่เกี่ยวข้อง อาทิ การจัดตั้งเครือข่ายอาเซียนเพื่อแก้ไขปัญหาการประมง IUU การแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ทุกช่วงวัย



ประชาคมอาเซียนที่ยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ต้องกระชับความร่วมมือกับหุ้นส่วนนอกภูมิภาคอย่างมียุทธศาสตร์เพื่อให้ความร่วมมือเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และสมดุลเพื่อประโยชน์สูงสุด อาเซียนจึงควรเตรียมความพร้อมให้ดีสำหรับการประชุมกับประเทศคู่เจรจาที่เกี่ยวข้องที่กำลังจะเกิดขึ้น และการประชุมสุดยอดอาเซียนสาธารณรัฐเกาหลีสมัยพิเศษครั้งที่สามในปลายเดือนนี้



ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรีเสนอว่า อาเซียนควรมีบทบาทให้ความช่วยเหลือเมียนมาในการแก้ปัญหาด้านมนุษยธรรมในรัฐยะไข่ผ่านเลขาธิการอาเซียน ร่วมมือกับมิตรประเทศที่เมียนมามีความสะดวกใจเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในประเด็นเฉพาะ นายกรัฐมนตรียังได้ขอบคุณการสนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปีนี้ ส่งผลให้อาเซียนได้ต่อยอดการดำเนินการในด้านต่าง ๆ เพื่อผลประโยชน์ต่อประเทศสมาชิก และประขาชนในอาเซียน

Comments
Loading...