เกาหลีหนุนไทยพร้อมพัฒนานโยบายและความร่วมมือด้านสตาร์ทอัพเป็นรูปธรรม

365

เวทีสตาร์ทอัพอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี พร้อมสนับสนุนพัฒนานโยบายและความร่วมมือด้านสตาร์ทอัพเป็นรูปธรรม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมพิธีเปิดและกล่าวแสดงความยินดีในการประชุมสุดยอดผู้ประกอบการรายใหม่อาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี (ASEAN-ROK Startup Summit) ซึ่งเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์สำคัญเกี่ยวกับสตาร์ทอัพ โดยมีผู้นำอาเซียน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ผู้แทนผู้ประกอบการสตาร์ทอัพจากประเทศอาเซียน และนายชนาธิป ฤกษ์สุขรุ่งเรือง ผู้บริหาร บริษัท เวริลี วิชั่น จำกัด เข้าร่วมในฐานะผู้แทนไทย


นายกรัฐมนตรีชื่นชมความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดของวิสาหกิจเริ่มต้นหรือสตาร์ทอัพของสาธารณรัฐเกาหลีในเวทีโลกซึ่งเป็นประสบการณ์สำคัญในการแลกเปลี่ยนกับสตาร์ทอัพไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน พร้อมเน้นย้ำว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนสตาร์ทอัพ เนื่องจากเป็นการส่งเสริมการเติบโตอย่างครอบคลุมและการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้เศรษฐกิจของไทยมีความเข็มแข็งท่ามกลางการแข่งขันและความท้าทายทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นในภูมิภาคและโลก โดยไทยผลักดันการพัฒนาสตาร์ทอัพอย่างเป็นรูปธรรมในด้านต่าง ๆ


ด้านนโยบาย ผลักดันกฎหมายสำคัญ 3 เรื่อง คือกฎหมายสตาร์ทอัพ (Startup Act) เพื่อลดอุปสรรคในการทำธุรกิจ ทำให้สตาร์ทอัพสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น และเพิ่มศักยภาพในการเติบโตสู่ตลาดโลก กฎหมายแซนด์บ็อกซ (Sandbox Act) การทดสอบกฎระเบียบสำหรับสตาร์ทอัพ และกฎหมายเบยห์-โดล (Bayh-Dole Act) เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม


ด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีการพัฒนาระบบคุณภาพมาตรฐานระดับประเทศ (National Quality Infrastructure : NQI)จะทำให้สินค้าและบริการของไทยมีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก นอกจากนี้ มีการเปิดพื้นที่ให้ทดลองและทดสอบแนวคิดในมหาวิทยาลัย (Pilot Plant) ให้บริการ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพและเติบโตต่อไปได้


ด้านการสร้างคนและบุคลากร มีการกระตุ้น “ต่อมความอยากเป็นผู้ประกอบการ” ของเยาวชน ด้วยกลไกกองทุนยุวสตาร์ทอัพ (Youth Startup Fund) เพื่อพัฒนาไอเดีย POC/POV สร้าง Business Model จนเกิดธุรกิจสตาร์ทอัพ เปิดเวทีแสดงความคิดและความสามารถของคนรุ่นใหม่ สร้างระบบนิเวศภายในมหาวิทยาลัยให้เหมาะกับการพัฒนาสตาร์ทอัพ รวมไปถึง โครงการบัณฑิตอาสาเพื่อช่วยบัณฑิตจบใหม่ที่ตกงาน และโครงการกลไกอาสาประชารัฐ ที่ให้นักศึกษาปี 3-4 ใช้เวลา 1 ภาคเรียน ทำงานร่วมกับชาวบ้าน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ให้เกิดเป็นนวัตกรรมทางธุรกิจ นวัตกรรมสังคม และนวัตกรรมสร้างสรรค์ เป็นการเตรียมความพร้อมสร้างระบบนิเวศของสตาร์ทอัพในไทย เพื่อให้เกิด Ease of Doing “Innovation” Business สำหรับการสนับสนุนสตาร์ทอัพของประเทศไทยปัจจุบัน คือ การสนับสนุน Innovation Startup ให้เกิดเป็น BCG Startup (Bio-Circular-Green) เพื่อใช้ความเข้มแข็งของความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม พร้อมทั้งมุ่งไปสู่สตาร์ทอัพเพื่อสังคม (Social Startup) ให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน


ประเทศไทยได้เป็นประธานอาเซียน บทบาทหนึ่งที่สำคัญคือ การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนทุกด้านรวมถึงเรื่องสตาร์ทอัพจึงได้ริเริ่มจัดประชุม Southeast Asia Startup Assembly หรือ SEASA เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 ภายใต้แนวคิดหลักของการเป็นประธานอาเซียนคือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” โดยมีผู้เข้าร่วมจากประเทศสมาชิกอาเซียน และพันธมิตร เพื่อขับเคลื่อนและขยายเครือข่ายความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ และทรัพยากรทางเศรษฐกิจ ในการส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพ ทั้งการจัดทำข้อมูล การบ่มเพาะ การขยายตลาดและการพัฒนาศักยภาพและสร้างความแข็งแกร่งของระบบนิเวศสตาร์ทอัพ เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับสากล ทั้งนี้ การจัดประชุม SEASA จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ


ความร่วมมือด้านสตาร์ทอัพระหว่างอาเซียนกับสาธารณรัฐเกาหลีเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายควรให้ความสำคัญต่อเนื่อง เนื่องจากสอดคล้องกับนโยบายของทั้งสองฝ่าย และสอดคล้องกับถ้อยแถลงวิสัยทัศน์ร่วมอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และความเป็นหุ้นส่วน รวมถึงแผนปฏิบัติการอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี สำหรับปี ค.ศ. 2021-2024 เรื่องส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนสตาร์ทอัพระหว่างอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลี สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายอาจพิจารณาต่อไป คือ การพัฒนาเครือข่าย focal points ของหน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนสนับสนุนการพัฒนานโยบายและความร่วมมือด้านสตาร์ทอัพ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติและประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง


นายกฯกล่าวยินดีที่ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษาฯ กับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศของสาธารณรัฐเกาหลี พร้อมคาดหวังว่า ความสัมพันธ์และความร่วมมือในเรื่องนวัตกรรมและสตาร์ทอัพระหว่างไทย อาเซียน และสาธารณรัฐเกาหลี จะเข้มแข็งและเติบโตยิ่งขึ้น


ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีขอให้ทุกคนมองไปในอนาคต และร่วมมือกัน สร้างโอกาสจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการสร้างสรรค์ความก้าวหน้าให้กับภูมิภาค และสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนมากที่สุด

Comments
Loading...