นายกฯเป็นประธานการประชุมนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

181

นายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 11/2562 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ได้รับทราบ และพิจารณาความก้าวหน้า การดำเนินงานในเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (อีอีซี)



โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แผนการส่งมอบพื้นที่ รื้อย้ายสาธารณูปโภค และกรอบวงเงินที่จำเป็น ให้หน่วยงานที่ขอรับจัดสรร งบประมาณให้เสร็จภายใน ม.ค.63รวมไปถึงให้แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล คณะกรรมการบริหารสัญญา และโครงสร้างการบริหารจัดการโครงการ รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เพื่อบริหารสัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเห็นชอบแผนยกระดับการบริการสาธารณสุขในพื้นที่ อีอีซี รวมไปถึงด้านการจัดการขยะในพื้นที่ อีอีซี สู่ต้นแบบการกำจัดขยะอย่างยั่งยืน กพอ. ได้พิจารณา สถานการณ์ปริมาณขยะมูลฝอย ที่คาดว่าเพิ่มสูงขึ้นจากปริมาณ 4,200 ตัน/วัน ในปี 2561 เพิ่มขึ้นเป็น 6,800 ตัน/วัน ในปี 2580 แต่ปัจจุบันยังขาดการบริหารจัดการ และขยะที่เกิดขึ้นปริมาณมาก ขึ้นทุกวัน ซึ่งหากยังใช้การฝังกลบแบบเดิม นอกจากขยะไม่ย่อยสลายแล้ว ก็ยังสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม



การพัฒนาบุคลากรตามแนวทางอีอีซีโมเดล การดำเนินงานการพัฒนาบุคลากร ในเขตพัฒนาพิเศษภาค ตะวันออก โดยมีสถาบันอาชีวศึกษาในพื้นที่เข้าร่วม 12 สถาบัน โดยปีการศึกษา 2562 มีนักศึกษาในระบบ 1,117คน และมี MOU ร่วมกับผู้ประกอบการในอีอีซี พัฒนากำลังคนทั้งในระดับอาชีวะและปริญญาตรี จำนวน 44,000 คน และ EEC Model Type B เอกชนร่วมบ้าง 10-50% ผู้ประกอบการมีส่วนร่วม ในการพัฒนาหลักสูตรจัดการเรียนรู้บางส่วน และรับนักศึกษาเข้าฝึกงาน แต่ไม่ประกันการจ้างงาน โดยกลุ่มนี้มีการผลิตกำลังคนใน 36 วิทยาลัย รวม 5,100 คน และจะขยายให้ครอบคลุม 48วิทยาลัยในภาคตะวันออก



แนวทางการสนับสนุนบัณฑิตอาสา เพื่อกระจายโอกาสสู่ชุมชน ลดความ เหลื่อมล้ำ และสร้างอนาคตให้ บัณฑิตอาสาในพื้นที่ อีอีซี และมีการปรับฐานภาษาอังกฤษของนักเรียนอาชีวศึกษา ในอีอีซี (อาชีวะอินเตอร์) พัฒนาการเรียนการ สอนภาษาอังกฤษในสถาบันอาชีวศึกษาของรัฐในพื้นที่ อีอีซี จัดการเรียนแบบ Content Language Integrated Learning (CLIL) เพื่อยกระดับศักยภาพของนักเรียนให้ทัดเทียมสากล สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษในวิชาชีพได้อย่าง มั่นใจ และทำงานได้ค่าตอบแทนสูง

Comments
Loading...