นายกฯนำร่องโครงการยางพาราถนนปลอดภัยสร้างรายได้ชาวสวน

449

นายกรัฐมนตรี Kick off โครงการนำร่องยางพาราฯ มุ่งเน้นให้หน่วยงานภาครัฐใช้ยางพารามากขึ้น ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศตามนโยบาย “รวมใจ ไทยสร้างชาติ”

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการนำร่องนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน (Kick off) ณ บริเวณโค้งศาลหินตั้ง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี พร้อมเยี่ยมชมการสาธิตการติดตั้งกำแพงคอนกรีตหุ้มแผ่นยางพารา (Rubber Fender Barrier : RFB) และนิทรรศการผลิตแผ่นยางพาราครอบกำแพงคอนกรีต และเสาหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post : RGP)

นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามบันทึกข้อตกลง เรื่อง อุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพาราเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงานภาครัฐ ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้หน่วยงานภาครัฐใช้ยางพารามากขึ้น จนเป็นที่มาของโครงการนำร่องการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน (Kick off) บริเวณโค้งศาลหินตั้ง ทางหลวงหมายเลข 3249 ตอน เขาไร่ยา – แพร่งขาหยั่ง ระหว่าง กม. 11+350 – กม. 11+765 อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ให้มีความปลอดภัยในการเดินทาง ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุทางถนน

ทั้งนี้ ยังเป็นการสร้างรายได้โดยตรงแก่เกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วประเทศให้มีความมั่นคง รวมถึงจังหวัดจันทบุรีที่มียางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจด้วย ซึ่งเป็นไปตามแนวทาง “รวมใจ ไทยสร้างชาติ” ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าและยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรี ย้ำนโยบายรัฐบาลว่า ต้องการให้ผลผลิตยางมีราคาสูงขึ้น เพื่อช่วยเหลือบรรเทา ความเดือดร้อนแก่เกษตรชาวยางพารา ทั้งนโยบายประกันราคายาง การใช้ผลงานวิจัยเพื่อนำมาพัฒนาเป็นผลงานที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการใช้น้ำยางพารามาเป็นส่วนผสมในการทำถนน ซ่อมบำรุงถนน เพิ่มความปลอดภัยทางจราจร และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ทำให้การส่งออกยางพาราลดลง จึงต้องส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศให้มากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการหมุนเวียนในประเทศให้เกิดการจ้างงาน ขณะเดียวกันรัฐบาลก็มีนโยบายนำต้นยางที่หมดอายุมาแปรรูปเป็นพลังงานผ่านโรงไฟฟ้าชุมชน ซึ่งสอดรับกับเกษตร BCG ที่ใช้วัสดุเหลือใช้จากการเกษตร และการส่งเสริมธุรกิจ SMEs วิสาหกิจชุมชน OTOP เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชนในพื้นที่ สร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศ ตามนโยบาย “รวมไทย สร้างชาติ”

นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตลักษณ์ ได้รับความชื่นชมจากต่างประเทศมากมาย เช่น รอยยิ้มที่เป็นมิตรไมตรี อาหารอร่อย ธรรมชาติสวยงาม และที่สำคัญคือความสามารถในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในตอนนี้ประเทศไทยจึงต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ไปกับมาตรการป้องกันโรค เน้นให้มีการลงทุนของชาวต่างชาติ ส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทย ขอให้พี่น้องประชาชนเข้าใจการทำงานของรัฐบาล ลดความขัดแย้ง ใช้วิธีการประนีประนอมเพื่อพูดคุยหารือกัน โดยยินดีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ย้ำว่ากฎหมายนั้นก่อให้เกิดความเป็นธรรม ความเท่าเทียม เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงโอกาส

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมการสาธิตการติดตั้งกำแพงคอนกรีตหุ้มแผ่นยางพารา (Rubber Fender Barrier : RFB) นิทรรศการผลิตแผ่นยางพาราครอบกำแพงคอนกรีต และเสาหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post : RGP) สำหรับนำไปใช้ประโยชน์เป็นอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัย เพื่อลดอุปทานและขยับราคายางพาราให้สูงขึ้น พร้อมพบปะเกษตรกรชาวสวนยางพาราพูดคุยให้กำลังใจด้วย

Comments
Loading...