นายกฯเร่งช่วยผู้ประกอบการร้านอาหารและภัตตาคารโดยไม่ต้องปิดหรือปลดลูกจ้าง

0 333

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เผยหลังการประชุม ครม. เพื่อรับทราบและพิจารณาโครงการ และนโยบายที่สำคัญเพื่อจะช่วยเหลือปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้รายงานว่า เมื่อวานนี้ได้เป็นวันเริ่มต้นของโครงการ “จับคู่กู้เงิน” ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารและภัตตาคาร ที่มีอยู่กว่า 120,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้เข้าถึงมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู (Soft Loan) ที่ดำเนินการผ่านสถาบันการเงิน โดยได้ร่วมมือกับสถาบันบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME Bank) ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน ในการปล่อยเงินกู้เป็นกรณีพิเศษ เช่น ดอกเบี้ยต่ำและเงื่อนไขพิเศษ ปลอดหลักทรัพย์ในบางกรณี ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถช่วยผู้ประกอบการจำนวนมากให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้โดยไม่ต้องปิดกิจการหรือปลดลูกจ้าง

นายกฯเร่งช่วยผู้ประกอบการร้านอาหารและภัตตาคารโดยไม่ต้องปิดหรือปลดลูกจ้าง

นอกจากนั้น ครม. ยังได้รับทราบข้อเสนอที่มาจากการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ หรือ ศบศ. ครั้งที่ผ่านมา คือแผนการเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติของ 10 จังหวัดนำร่อง ในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 ซึ่งจะเริ่มจากจังหวัดภูเก็ต ที่เรียกว่า Phuket Sandbox ที่จะเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบแล้ว 2 โดส ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป โดยสถานการณ์ปัจจุบันภูเก็ตมีผู้ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มแล้ว ประมาณ 400,000 คน หรือมากกว่า 60% ของประชากร โดยจะมีการคัดกรองและติดตามตัวนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา จะต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีนที่ฉีดครบโดสอย่างน้อย 14 วันก่อนการเดินทาง และใบอนุญาตเข้าประเทศอย่างถูกต้อง และมีการตรวจโรคระหว่างช่วงเวลาการพักอาศัยในพื้นที่ โดยแนวคิด Phuket Sandbox นี้ จะมีการประเมินผล และนำไปเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นๆ ในระยะต่อไป คณะรัฐมนตรี ได้รับทราบนโยบายนี้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องนำไปปรับปรุงรายละเอียดให้เกิดความเหมาะสม ภายใต้ความสมดุลทางความปลอดภัยและการฟื้นฟูเศรษฐกิจไปด้วย ก่อนจะได้นำเข้าสู่การพิจารณาของ ศบค. ชุดใหญ่ และจะกลับมาให้ ครม.พิจารณาอนุมัติรายละเอียดที่ปรับแก้ไขต่อไป

ส่วนวาระเรื่องพิจารณาที่สำคัญคือ การอนุมัติเงินกู้ ตามพรก.เงินกู้ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ สำหรับใช้ในการให้บริการตรวจคัดกรอง ดูแล และรักษาผู้ป่วยโควิด เช่น ชุดตรวจโควิดแบบพกพา เครื่องวัดปริมาณออกซิเจนในเลือด เครื่องช่วยหายใจ รถพยาบาล และอุปกรณ์ช่วยชีวิตขั้นสูง โดยนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานสิ่งอุปกรณ์จำเป็นทางการแพทย์ และมีภาคธุรกิจเอกชนร่วมบริจาคมาด้วย ทำให้รัฐบาลสามารถใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดผลให้มากที่สุด

นายกฯเร่งช่วยผู้ประกอบการร้านอาหารและภัตตาคารโดยไม่ต้องปิดหรือปลดลูกจ้าง

ปัจจุบันสถานการณ์เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท มีการอนุมัติไปแล้ว 984,000 ล้านบาท จนถึงวันนี้เบิกจ่ายไปแล้ว 73% ยังคงเหลือเงินกู้อีกประมาณ 15,000 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องเก็บไว้ส่วนหนึ่งเพื่อสำรองในการลดค่าน้ำ ค่าไฟให้กับประชาชนต่อไป

นอกจากนี้ ครม. ยังมีมติเห็นชอบในการจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจ จำนวน 10,000 อัตรา เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 รวมวงเงินกว่า 2,200 ล้านบาท โดยจะเปิดรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่จบใหม่ จัดสรรอัตราในหน่วยงานราชการที่มีภารกิจสำคัญและเร่งด่วนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค ซึ่งจะได้รับค่าตอบแทน 18,000 บาทต่อเดือน มีสัญญาจ้างงานไม่เกิน 1 ปี และได้รับสิทธิประโยชน์เทียบเท่าพนักงานราชการปกติ รวมทั้งเงินประกันสังคมด้วย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมาตรการของรัฐบาลที่พยายามช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19 ที่ทำมาโดยตลอด

ยังได้มีการพิจารณาประเด็นสำคัญอีกหลายเรื่องที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งการแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งมีการพิจารณาปรับปรุง พ.ร.บ. การศึกษาให้ทันสมัยขึ้น นำไปสู่การปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบให้ได้โดยเร็ว รวมทั้งนโยบายฟื้นฟูการค้า การลงทุนระหว่างประเทศ การเตรียมการเพื่อเปิดประเทศต่อไป

นายกฯขอขอบคุณทุกท่าน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ทำงานกันอย่างหนัก ในการออกแบบ และดำเนินการมาตรการต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และพี่น้องประชาชนทุกคน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวผ่านวิกฤตในยุคหลังโควิดต่อไป

ขอบคุณภาพจาก : อินเตอร์เน็ต

Comments
Loading...